ฮอกไกโด เกาะใหญ่อันดับ 2 อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไป

ฮอกไกโด” เกาะใหญ่อันดับ 2 อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไป เชื่อว่าใครหลายคนที่วางแผนเดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นมีจุดหมายทางอยู่ที่ “ฮอกไกโด” เกาะใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ รองจากเกาะฮอนชู โดยเกาะแห่งนี้ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีเนื้อที่มากที่สุดและอยู่ทางตอนเหนือสุดของประเทศญี่ปุ่นใครไปทัวร์ญี่ปุ่นนี้คืออีกหนึ่งสถานที่ ที่ควรค่าแกการแวะไปเที่ยว ฮอกไกโด มีภูมิประเทศที่หลากหลายทั้งทุ่งหญ้า ทุ่งนา ผืนป่า ภูเขา แม่น้ำ ทะเลสาบ ปากปล่องภูเขาไฟ และทะเลที่สวยงาม จึงกลายเป็นมนต์สเน่ห์ที่ทำให้ใครๆ ต่างเดินทางมาเยือนดินแดนแห่งนี้ การเดินทางจากเกาะฮอกไกโดไปยังเกาะฮอนชูก็สะดวกสบาย เพราะมีอุโมงค์ใต้ทะเลชื่อ อุโมงค์เซคัง หรือจะเดินทางด้วยการโดยสารเรือ และเครื่องบินก็ได้ โดยมีสนามบิน New Chitose เป็นศูนย์กลางมีสายการบินทั้งในและต่างประเทศบินมาลงมากมาย สภาพภูมิอากาศของเกาะฮอกไกโด ฤดูหนาว : เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม –

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ

หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ   ใครที่ผ่านไปแถว ๆ จังหวัดกิฟุ คงไม่พลาดที่จะแวะไปเที่ยวชมหมู่บ้านประวัติศาสตร์หรือหมู่บ้านมรดกโลกอย่าง หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ หมู่บ้านที่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของวิถีชีวิตดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นเต็มรูปแบบ และน้อยคนที่จะไม่แวะหากผ่านไปแถวนั้นจริง ๆ ใครไปทัวร์ญี่ปุ่นที่นี้บอกได้เลยว่าเป็นอีกสถานที่ ที่ไม่ควรพลาด หมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ ตั้งอยู่บนภูเขาในเขตจังหวัดกิฟูและโทยามา ซึ่งเป็นจังหวัดใจของกลางประเทศญี่ปุ่น เป็นหมู่บ้านที่มีอายุกว่า 250 ปี ที่ยังคงรูปแบบดั้งเดิมของบ้านเรือนในสมัยนั้นเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และหลังจากองค์การยูเนสโกได้ประกาศขึ้นทะเบียนหมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะให้เป็นมรดกโลกแล้ว ที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่มีนักท่องเที่ยวจะทั่วโลกมาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย สำหรับเอกลักษณ์และความโดดเด่นของหมู่บ้านประวัติศาสตร์ชิราคาวาโกะ คือการปลูกสร้างบ้านเรือนแบบแกสโซ ซึ่งเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นโบราณที่สร้างด้วยไม้และมุงหลังคาด้วยหญ้า โดยลักษณะของหลังคานั้นจะเป็นแบบทรงพนมมือ ที่มีความชันถึง 60 องศา โดยบ้านแต่และหลังที่สร้างขึ้นนั้น ไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว เมื่อพูดถึงหลังคาแล้ว หากลองเข้ามาดูภายในหลังคาจะพบว่าถูกแบ่งออกเป็นชั้นต่าง ๆ ตั้งแต่ 2 – 4

สัมผัสมนต์ขลังที่หมู่บ้านอิยาชิ โนะ ซาโตะ สำหรับผู้ที่หลงใหลธรรมชาติ

สัมผัสมนต์ขลังที่หมู่บ้านอิยาชิ โนะ ซาโตะ สำหรับผู้ที่หลงใหลธรรมชาติ หากคุณเป็นผู้ที่หลงใหลธรรมชาติ ชื่นชอบกลิ่นอายมนต์เสน่ห์ที่สวยงามและสุดแสนคลาสสิกของของเก่า ขอแนะนำให้เดินทางมาที่ “หมู่บ้านอิยาชิ โนะ ซาโตะ” หมู่บ้านโบราณ ที่จะทำให้ได้สัมผัสถึงความเป็นญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของทะเลสาบไซโกะ 1 ใน 5 ทะเลสาบรอบภูเขาไฟฟูจิ สัญลักษณ์สำคัญของประเทศญี่ปุ่น หมู่บ้านอิยาชิ โนะ ซาโตะ ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยโชวะ (ในช่วง ค.ศ. 1929) โดยเป็นหมู่บ้านของชาวนาที่เน้นการทำเกษตรแบบพอเพียง แต่ต่อมาในปี ค.ศ. 1966 ถูกภัยธรรมชาติอย่างพายุไต้ฝุ่นถล่ม จนทำให้หมู่บ้านได้รับความเสียหายเป็นอย่างมากจึงถูกปล่อยทิ้งให้รกร้าง ต่อมาได้รับการสร้างและบูรณะขึ้นมาใหม่ ด้วยการสร้างบ้านเรือนให้เหมือนกับสมัยก่อน เพื่อให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่มีชีวิต แสดงให้ถึงวิถีชีวิต อาชีพที่สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ด้วยมือ จนได้ชื่อเสียงว่าเป็นหมู่บ้านแห่งหัตถกรรม

วัดอาซากุสะ คันนอน วัดที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุด

วัดอาซากุสะ คันนอน วัดที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมื่อโตเกียว ใครที่ได้มีโอกาสไปเที่ยวยังสถานที่สำคัญในเมืองโตเกียวมาหลายที่แล้ว คงนึกอยากกราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิของเมืองนี้บ้าง เพราะธรรมเนียมของนักท่องเที่ยวเมื่อมาเยือนสถานที่แห่งไหนก็แล้วแต่ หากสถานที่แห่งนั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองแล้วล่ะก็ ต้องไปกราบสักการะและขอพรทุกครั้งไปใครมาทัวร์ญี่ปุ่นควรจะแวะมากราบสักการะขอพร วัดอาซากุสะ คันนอน เป็นวัดประจำเมืองโตเกียวที่ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ววันแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า วัดเซ็นโซจิ แต่ที่เรียกว่าวัดอาซากุซะเพราะเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อย่านแห่งนั้นนั่นเอง วัดอาซากุสะ คันนอน นับว่าเป็นวัดที่มีความเก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมื่อโตเกียว สร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.628 – 645 ในสมัยก่อนนั้นใช้เป็นที่สักการะและขอพรจากเทพเจ้าคันนอนของเหล่าซามูไรและโชกุน ซึ่งพรต่าง ๆ ที่ขอนั้นประสบผลอยู่เสมอ จึงทำให้เหล่าโชกุนและเหล่าซามูไรมีความเลื่อมใสในวัดแห่งนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งจุดเด่นของวัดอาซากุซะนั้นจะสังเกตได้อย่างชัดเจน เพราะจะมีโคมแดงขนาดยักษ์ตั้งอยู่ที่บริเวณประตูคามินาริม โดยที่โคมแดงนั้นจะมี 2 เทวบาลรักษาประตู ได้แก่ ฟูจิน เจ้าแห่งสายลม และ ไร เจ้าแห่งอสุนีบาต

วัดนาริตะ ซัน วัดเก่าแก่ควรค่าแก่การสักการะขอพร

วัดนาริตะ ซัน วัดเก่าแก่ควรค่าแก่การสักการะขอพร นักท่องเที่ยวที่กำลังจะไปเที่ยวที่เมืองนาริตะบางคนอยากรู้ว่า ถ้ามาเที่ยวที่เมืองนาริตะแล้ว ที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรน่าสนใจบ้าง เพราะเมืองนาริตะเป็นทั้งเมืองท่าอากาศยาน ศาลเจ้า เมืองเก่า เมืองใหม่ และเส้นทางรถไฟหลายสาย ซึ่งหากถามนักท่องเที่ยวที่เคยมาที่นาริตะแล้วต้องบอกว่าวัดนาริตะ ซัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง วัดนาริตะ ซัน เป็นวัดประจำเมืองนาริตะที่ตั้งอยู่บนเนินเขาใจกลางเมืองนาริตะ มีอายุราว ๆ 1,000 ปี เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับการดูแลและรักษามาอย่างดีที่สุด ปัจจุบันเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้มาเยือนยังเมืองนาริตะต้องมากราบนมัสการสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรและขอให้ชีวิตมีแต่สิริมงคล ถึงแม้ว่าวัดนาริตะ ซัน จะไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีกิจกรรม มีความตื่นตาตื่นใจ หรือสิ่งแปลกใหม่ที่ดึงดูดใจนักท่องเที่ยวได้เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ แต่หลายคนก็ทราบดีว่าวัดนาริตะ ซัน เป็นวัดประจำเมืองที่ใครต่างก็ไปขอพร เพราะนอกจากจะเป็นวัดประจำเมืองแล้ว วัดนาริตะ ซัน ยังเป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมอันสวยงามที่สามารรถแสดงออกถึงวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นอย่างแท้จริงได้ จึงที่ได้รับความศรัทธาจากชาวญี่ปุ่นอย่างสูง